17 มกราคม 2556


"เพลงที่ออกมามันไม่ได้เป็นเพลง­ที่สมหวัง หรือมีความสุขเสมอไป ...มันเป็นเพราะว่าชีวิตที่ผมเจอมา­มันเป็นแบบนี้ และผมก็เล่ามันอย่างซื่อสัตย์มา­ก แค่นั้นเอง" : เล็ก อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร (เล็ก Greasy Cafe')



ขอเกริ่นด้วยคำคมเท่ๆที่ดูจะแสนเรียบง่าย ต้องขอบอกก่อนเลยว่าก่อนที่ผมจะมาเขียนบล็อกในตอนนี้ผมตื่นเต้นไม่ต่างจากตอนอื่นที่ปกติก่อนผมจะเขียนเนี่ย ส่วนมากผมจะ
ขออนุญาตเจ้าของเพลงซะก่อนไม่ว่าจะเล็กจะใหญ่ ปกติแล้วเรื่องที่ผมจะเอามาเขียนเนี่ยจะเป็นวงที่คนหลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยิน แต่ครั้งนี้ที่หยิบเอาเรื่องเพลงของพี่เล็ก Greasy Cafe มาเขียนก็เพราะด้วยความอยากเขียนมาตั้งนานและชอบ(มากๆ)ส่วนตัวอยู่แล้ว ตั้งแต่เพจเฟซบุ๊คหลักของวงมีแค่สามพันกว่าไลค์อยู่เลย แต่ตอนนี้แกฮ็อตฮิตมากจากงานเพลง หนังสือ(The Destination from Nowhere) หรือแม้แต่หนังยาวหนังสั้น (P-047แต่เพียงผู้เดียว -2012) ทำให้แฟนคลับ(ติ่ง)ที่คลั่งในความอาร์ทเพิ่มขึ้นเยอะกว่าเดิมมากๆ ถึงจะให้มากยังไงสุดท้ายคนรอบตัวผมมันก็แทบจะไม่รู้จักเพลงของวงนี้อยู่ดี...
พูดกันถึง Greasy Cafe' (กรีสซี่ คาเฟ่) ซะหน่อยหลายๆคนอาจจะเคยได้ยินว่า "พี่เล็ก พี่เล็กกก" อะไรทำนองนี้ ไม่ต้องแปลกใจครับเขาก็คือสมาชิกวง Greasy Cafe' ศิลปินค่าย Smallroom ที่เรียกได้ว่าเป็นไอดอลผมด้านการทำเพลงคนนึงเลยก็ว่าได้เพราะเขาทั้ง แต่งเอง ทำดนตรีเอง ร้องเอง โปรดิวซ์เอง หรือแม้แต่ขายของเองก็ตาม~ และสิ่งที่ผมทึ่งมากก็คือทุกบทเพลงนั้นได้ให้แง่คิดหลายๆอย่างในต่างมุมมอง อาจจะไม่ใช่เพลงรักหวานเจี๊ยบหรืออกหักจนอยากโดดตึกแต่เป็นเพลงที่ต้องคิดต่อ คิดต่อที่ว่าคือถึงบทเพลงนั้นจะสรุปจนจบแล้วแต่เราผู้ฟังเองจะสามารถคิดต่อไปด้านไหนก็ได้ เอ้อ... ลืมบอกไปครับบล็อกตอนนี้ผมอาจจะไม่ได้เขียนเกี่ยวกับตัวพี่เล็กมากนะครับ ผมแค่พูดภาพรวมจากสิ่งที่ผมเห็น ในความคิดที่ผมนึกได้ หรือจากอารมณ์ที่ผมรู้สึกจากมัน ก็แค่นั้นถ้าอยากรู้ลึกๆลองหาข้อมูลหรือบทสัมภาษณ์ก็ได้ครับเยอะแยะ ...บทเพลงป๊อปและอื่นๆที่ผสมกลมกลืนรวมกันที่น่าลุ่มหลง บวกกับเสียงแหบแห้งที่เป็นเสน่ห์ มันชวนให้ใครหลายๆคนต้องหยุดชะงักไปกับมัน เนื้อหาที่ตรงใจด้วยอารมณ์หม่นๆ เศร้าๆ(ความชอบส่วนตัวด้วย) ทำให้ฟังแล้วพูดกับตัวเองว่านี่แหละใช่เลย ผมจำไม่ได้แล้วว่าเริ่มฟังเพลงแกตอนไหนแต่ต้องยอมรับอยูดีแหละว่า ผมต้องโหลด(ฟรี)มาฟังก่อนอยู่แล้วในหลายๆวง(นี่บอกเลย) แต่ถ้าดีผมซื้อแน่ๆครับไม่ต้องห่วง ถึงมันจะทำให้ตัวเองอิ่มกับแกลบแค่ไหน หรือใครด่าว่าโง่ผมก็ซื้อนะ มันเป็นความสุขกับสิ่งเล็กๆที่แต่ละคนมีแตกต่างกัน อย่าไปว่าคนอื่นว่าไร้สาระเลยเพราะเราไม่มีทางรู้กับความสุขที่เขาพบเจอเมื่อทำสิ่งนั้นๆไปแล้ว ส่วนเรื่องอัลบั้มถ้าไม่พูดถึงวงอื่นๆที่ซื้อ อัลบั้มของ Greasy cafe' นี่แหละที่เป็นอัลบั้มที่(ควรค่า)น่าสะสมมากๆ ภาคดนตรีที่ไม่เสียความเป็นตัวเองเลยในแต่ละอัลบั้ม ไม่ว่าจะอัลบั้มหลักหรือ Ep (คล้ายๆเดโม่นั้นแหละ)หรือแบบเป็น Instrumental (ดนตรีล้วนๆ) ก็ให้ความรู้สึกที่ชวนฉุดจินตนาการตัวเองมากๆ แต่อัลบั้มที่แตกต่างกันก็คือความหลากหลายในดนตรี(ไว้จะพูดถึงต่อไป) รวมถึงการเล่นสดต้องบอกว่าทั้งจะเล่นออคูสติกหรือเต็มวงได้อารมณ์แบบบอกไม่ถูก ได้อารมณ์ในสไตล์ของวง อาจจะไม่มันส์เท่าวงร็อค ไม่หวานเท่าวงแจ๊ส ไม่น่ารักเท่าเกิร์ลๆทั้งหลาย แต่มันมีความเป็นตัวเองสูงอยู่ในนั้น



จากชื่อหัวข้อที่ได้เขียนไว้ว่า "บทกวีภายใต้เสียงเพลง" คงจะไม่ต้องแปลอะไรกันมากมาย ความหมายมันก็ง่ายๆอย่างที่เห็น เพราะถ้าหากเราลองตั้งใจฟังเพลงคิดตามเนื้อเพลงจะรู้ได้ว่าเนื้อเพลงมักจะมีจุดหักมุมหรือปรัชญาในเชิงเปรียบเทียบที่ใช้คัพท์สื่อสารง่ายๆ หรือปรัชญาที่อาจเป็นคำตอบในปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ บางทีการแก้ปัญหาก็นำมาซึ่งคำตอบที่แสนจะง่ายดายและแง่คิดจากมันที่บางครั้งเราๆอาจจะมองไม่เห็นหรือแค่มองๆข้ามไปจากตัวตน ...บทกวีทีว่าไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องเข้าใจยากตามคำนิยามมันเลยมันจำเป็นต้องอาร์ทแตกถึงจะรู้ในความหมาย ก็แค่มองมันในมุมของตัวเราเองนั้นแหละง่ายที่สุดที่จะเข้าใจมัน ถ้าจะพูดถึงเรื่องความแตกต่างของตัวดนตรีที่ยังคงกลิ่นเดิมๆของวงนี้แต่ละอัลบั้มหลักถึงปัจจุบัน(2012) ที่นอกเหนือจาก EpSmallroom 001(หา Quest? ) ,Smallroom 002(พบ)
และอัลบั้มที่มีแต่ดนตรี PANORAMIC แต่ยังไงก็คงไม่รู้เท่ากับฟังเองหรอกครับ แต่ก็จะพูดละกัน~ (ยังไง)



อัลบั้ม : สิ่งเหล่านี้ (2008)

อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกของเขา และต้องบอกด้วยเพลงเป็นบทเพลงจากความรู้สึกจริงๆ แบบที่คนฟังได้รับรู้เหตุการณ์จากบทเพลงที่เหมือนเกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเพลงยอดฮิต "ฝืน" ที่หม่นคลอไปกับเสียงดนตรีที่เนิบช้า และเพลงประจำตัวของผมอีกเพลงที่เวลาจับกีต้าร์เมื่อไหร่ต้องทาบคาโปเฟรตสามแล้วเล่นเพลง "สิ่งเหล่านี้" ที่มีเนื้อหาตรงไปตรงมาแล้วหักมุมเล็กน้อยอย่างที่บอกไว้ตอนแรก และเพลงอื่นๆอย่างความบังเอิญที่ไม่น่าจะแต่งออกมาได้เล้ย หรือเกษมสำราญที่เนื้อหาคนละเรื่องกับชื่อเพลง ที่ขาดไปไม่ได้คือเพลงที่ตอกความเศร้าอารมณ์เอามากๆกับเพลงภาพชินตา และเพลงอีกหลายเพลงในอัลบั้ม ...ดนตรียังเป็นป๊อปร็อคนิดๆที่ดนตรีอาจจะไม่หวือหวามาก แต่เรื่องบทเพลงเนื้อร้องนับว่าเป็นอัลบั้มที่ภาพรวมน่าสะสมมากๆ แถมยังเป็นอัลบั้มที่ผมชอบมากที่สุดอีกด้วย


อัลบั้ม : ทิศทาง (2009)

อัลบั้มนี้คงไม่ได้รู้สึกไปเองว่ามันดูมีสีสันมากขึ้นถึงจะหม่นแต่ก็น้อยกว่าเดิม และยังหยิบยกเอาปรัชญามาใส่กับเนื้อเพลงมากขึ้น และดนตรีก็หลากแนวมากขึ้น คือหมายถึงอารมณ์ได้ปรับเปลี่ยนมากขึ้นแต่ยังคงความล่องลอยและที่ขาดไปไม่ได้คือเพลงที่ดูตรงไปตรงมาที่เป็นเอกลักษณ์มาก ข้อนี้คือจุดเด่นเลยก็ว่าได้ "ความเลือนลาง" คงเป็นเพลงในอัลบั้มนี้ที่ถูกเล่นออคูสติกเยอะเป็นอันดับต้นๆของแกกับเนื้อหาของความรักที่ไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่บวกกับคำพูดหล่อๆว่า "บางทีความชัดเจนก็เลือนลางเอามากๆ" และเพลงฮิตอย่าง 'ภายใต้ท้องฟ้าสีดำ' ที่ถูกเอามาทำเป็น MV ตอบโจทย์ของเพลงได้ดีทีเดียว ความหม่นยังไม่จบกับเพลงสูญ ความจริง และเพลงอื่นๆที่สะท้องเรื่องราวบางมุมของชีวิตได้ดีเยี่ยม


อัลบั้ม : The Journey Without Maps (2012)

หลังจากการหายไปนานเพราะปัญหาเรื่องหัวไม่แล่นจากแรงบันดาลใจในการแต่งเพลง คราวนี้กลับมาพร้อมซิงเกิลแรก 'เงาของฝน' ทำให้เดาๆว่าอัลบั้มนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากๆแน่นอน จนกระทั่งได้แผ่นมาเปิดไล่ฟังจนแน่นอนแล้วว่าคงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ท้าทายดนตรีของตัวเองเหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับขาดความเป็นตัวเองแต่มีความหลากมากขึ้น อย่างแปลกไปเลย(ตามความรู้สึก) พัฒนาทางด้านดนตรีทำให้สีสันลูกเล่นและความสนุกของตัวเพลงเพิ่มขึ้นมากทีเดียว ในอัลบั้มนี้ได้สองเพลงที่มาจากเพลงประกอบหนังคือ 'ป่าสนในห้องหมายเลข1 และ ประโยคบอกเล่า' ที่เป็นตัวชูโรงขึ้นด้วยก็ว่าได้ เนื้อหาของเพลงส่วนใหญ่จะใช้ปรัชญาที่น่าคิดขึ้นการเปรียบเทียบในหลายๆเพลง เช่นจากเพลง 'เมฆใต้น้ำ และ อุบัติการณ์' ที่จะสิ่งแวดล้อมปัจจุบันเปรียบเทียบกับสิ่งที่อยู่ข้างใน 'ร่องน้ำตา'ก็เป็นเพลงที่เรียกน้ำตาสมชื่อกับการผิดหวังกับเวลาในชีวิต ถือได้ว่าอัลบั้มนี้เป็นการกลับมาที่ไม่ใช่การเสียเวลาเปล่าๆเลยคุ้มค่าการรอมากๆครับ



สุดท้ายแล้วจะบอกว่า คือดนตรีเนี่ยมองไปมองมาก็เหมือนหนังเรื่องนึงที่เราจะลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบางระหว่างที่เพลงกำลังเล่นไป มันเป็นความรู้สึกและประสบการณ์ที่เราควรจดจำเอามากๆ ที่ทุกบทเพลงยังคงรอการค้นหาของผู้ฟังอยู่เสมอ Greasy Cafe' ก็เป็นอีกนึงวงที่อยากจะให้หลายๆคนได้ลองไปค้นหาในตัวตนที่อยู่ในเพลงดู เพื่อจะได้อะไรๆที่เราไม่เคยพบเจอก็ได้นะครับ  ...ขอให้ทุกคนมีความสุขกับเสียงเพลงครับ

เสพย์ซะ
















 





เล็ก อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร (เล็ก Greasy Cafe')

ติดตามผลงาน
ติดต่องานโชว์
  • 086-703-4048, 081-448-0757, 083-260-0666
*ขอขอบคุณที่อนุณาตให้นำผลงานมาเขียนด้วยนะครับ
*ขอขอบคุณอีกทีที่ผลิตผลงานเพลงที่ดีเสมอมาให้ได้ติดตาม ยืนร้องหน้าเวที และรอรับลายเซ็นครับ



                 เพราะสิ่งเหล่านี้มันทำให้ฉันเจอทิศทางของตัวเองได้เหมือนกัน...                





5 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

ฟังเพลงพี่ๆ Greasy Cafe มาสักพักแล้วค่ะ แต่เพิ่งได้มานั่งฟังจริงๆจังๆ เมื่อไม่นานมานี้ ชอบมากๆเลยค่ะ
ตั้งแต่อัลบั้มแรกๆ ยังพอหาซื้อได้ที่ไหนคะ ควรค่าแก่การเปิดวนๆ ฟังซ้ำๆจริงๆค่ะ ^0^

Unknown กล่าวว่า...

ตอนนี้ร้านซีดีทั่วไปก็พอมีอยู่บ้างนะครับ ไม่ก็ลองดูที่ร้านน้องท่าพระจันทร์มีแน่ถ้ายังไม่หมดซะก่อน

Unknown กล่าวว่า...

ขอบคุณมากค่ะ ^^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พี่เล็กกกกกกกกกก

easteryamaoka กล่าวว่า...

Best free slots machines | The drmcd
A modernized version 인천광역 출장마사지 of the casino classics, or a top 의정부 출장마사지 slot machine, is a modernized version of 계룡 출장마사지 the casino classics. Free Slots 밀양 출장안마 Games. Rating: 4 · ‎11 reviews · ‎$9.99 · ‎In stock 안성 출장샵

แบ่งปัน